แซร์จ นาบรี้ ทายาทคนใหม่ของเลวาน และ โคลเซ่

แซร์จ นาบรี้  ปัญหาที่ทีมชาติเยอรมนีและสโมสรบาเยิร์น มิวนิค เจอเหมือนๆ กันก็คือ จะหาใครมาแทนศูนย์หน้าดาวยิงตัวเป้าของทีม ซึ่งได้แก่ มิโรสลาฟ โคลเซ่

ที่แขวนสตั๊ดไปได้หลายปีแล้ว และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่บาเยิร์นคงต้องเริ่มคิดไว้แล้วว่าจะหาใครมาแทนหากดาวซัลโวเลือดโปแลนด์คนนี้เลิกเล่นไป และแล้วก็มีดาวรุ่งคนนึงที่ทำให้เราอดนึกไม่ได้ว่า อาจจะเป็นคำตอบสำหรับทั้งสองทีม เขาคนนั้นก็คือ แซร์จ นาบรี้

หลังจากโคลเซ่แขวนเกือกไป มีนักเตะมากมายที่วงการฟุตบอลมองว่าอาจเป็นความหวังคนต่อไปสำหรับตำแหน่งดาวยิงประจำทีม โคลเซ่ถือว่าเป็นนักเตะระดับตำนาน อดีตศูนย์หน้าของเบรเมนและบาเยิร์นคนนี้ยิงประตูให้ทีมชาติเยอรมนีถึง 71 ประตู ถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลเยอรมนีเลยทีเดียว และยังถือว่าเขาเป็นผู้จุดประกายให้ทีมอินทรีเหล็กคว้าแชมป์โลกได้ในปี 2014

ใน 6 เกมแรกที่เล่นให้กับทีมชาติเยอรมนี โคลเซ่ยิงได้ 2 ประตู ในขณะที่นาบรี้กดไปแล้ว 5 ลูกในการลงสนามในนามทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ 6 นัดแรกเท่ากัน ก่อนหน้านี้ ทิโม แวร์เนอร์ กองหน้าความเร็วสูง ถูกมองว่าจะเป็นความหวังดาวยิงหมายเลข 9 คนต่อไปของเยอรมนี แต่กลับถูกนาบรี้ขโมยซีนไปได้ จนโยอาคิม เลิฟ คงต้องปวดหัวไม่น้อยในการเลือกนักเตะมาเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า ณ ตอนนี้
แต่ก็ยังโชคดีที่ตำแหน่งประจำของดาวยิงสองคนนี้ไม่ทับซ้อนกันซะทีเดียว ในเกมที่เยอรมนีเอาชนะรัสเซีย 3-0 ประตูเมื่อเดือนพฤศจิกายน และเกมต่อมาเสมอกับฮอลแลนด์ 2-2 ประตูในยูเอฟ่า เนชั่นส์ ลีก เยอรมนีวางแนวรุก 3 ตัวคือ นาบรี้ แวร์เนอร์ และเลรอย ซาเน่ จากแมนฯ ซิตี้

ซึ่งในสองเกมนั้นนาบรี้รับบทบาทเล่นเป็นเซ็นเตอร์ในแนวรุก โดยมีซาเน่และแวร์เนอร์ยืนกราบซ้ายและขวา แม้นี่จะไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาเล่นให้กับบาเยิร์นซึ่งมีเลวานดอฟสกี้ยืนค้ำอยู่แล้ว แต่นาบรี้ก็โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

สไตล์การเล่นของนาบรี้นั้นออกจะต่างจากเลวานดอฟสกี้และโคลเซ่อยู่สักหน่อย เขาไม่ใช่กองหน้าตัวเก็บบอล ไม่ใช่กองหน้าประเภทที่จะชนกับแผงรับได้ อีกทั้งยังไม่ได้มีสัญชาตญาณนักล่าประตูเท่าดาวยิงสองคนดังกล่าว แต่นาบรี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ธรรมดา ในซีซั่นนี้เขายิงได้มากที่สุดในทีมบาเยิร์นเป็นอันดับสองรองจากเลวานดอฟสกี้ หากลับคมฝีเท้าต่อไปให้ดี ไม่แน่ว่าดาวรุ่งรายนี้อาจเป็น “เธียร์รี่ อองรี” แห่งทีมชาติเยอรมนีก็ได้… จะว่าไปแล้วสองคนนี้ก็มีอะไรคล้ายๆ กัน เร็วปานจรวด เล่นเกมบุกได้น่ากลัวดังฉลามล่าเหยื่อ จะต่างกันก็ตรงที่นาบรี้นั้นจำต้องย้ายออกจากเกาะอังกฤษเพื่อมาแจ้งเกิดในวงการฟุตบอลที่เยอรมนี

“มีเขาในทีมก็เหมือนเรามีอาวุธ เขามีความเร็วและรู้ว่าUFABETจะทำประตูได้ยังไง” ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช สปอร์ตติ้งไดเร็คเตอร์ของบาเยิร์นกล่าวหลังเกมที่คว้าชัยเหนือเบรเมน ซึ่งนาบรี้ยิงคนเดียวสองประตู “เขาแสดงฝีเท้าให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ”

อย่างที่เราได้เห็นในเกมระดับทีมชาติUFABET นาบรี้เล่นเอากองหลังรัสเซียที่ว่าแข็งๆ แตกกระเจิงกันเลยทีเดียว เขาประสานงานกับ ไค ฮาแวร์ทซ์ โทนี โครส และเลออน โกเร็ตซ์กาได้อย่างยอดเยี่ยม จ่ายบอลทะลุช่องได้น้ำหนักพอดิบพอดี และในเกมล่าสุดที่พบกับฮอลแลนด์ เขาก็แสดงให้เห็นถึงฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก

แม้นาบรี้จะต้องเล่นเป็นตัวริมเส้นในแผนการเล่นของUFABETนิโก้ โควัช แต่นั่นก็ไม่ได้ลดทอนการแสดงฝีเท้าในฐานะตัวจบสกอร์ลงไปเลย แถมยังเป็นการตอกย้ำให้เราเห็นซะด้วยซ้ำว่าดาวยิงคนนี้มีประสิทธิภาพในเกมบุกมากขนาดไหน ลองย้อนกลับไปดูไฮไลท์ลูกยิงสุดสวยที่เขาลากหลบปราการหลังชาวดัตช์จากลิเวอร์พูล

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เข้าไปกดปั่นโค้งเสียบมุมสามเหลี่ยมประตูดูสิ ลูกนั้นน่าจะทำให้ใครหลายๆ คนนึกถึงเธียร์รี่ อองรีเลยล่ะ…

 

ติดตามอ่านต่อที่ http://www.minijs.com/  ได้ทุกวัน

สนใจสมัคร UFABET369  มีโปรเด็ดโดนใจทุกวัน