Categories
ข่าวกีฬา

เบน ชิลเวลล์

กลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของเชลซีสำหรับ ชิลเวลล์

เบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายในวัย 24 ปี ที่สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนสามารถก้าวมาเป็นตัวหลักของพลพรรค “สิงโตน้ำเงินคราม” เป็นผลสำเร็จ อาจเรียกได้ว่า เป็นการพิสูจน์ตัวเองกับทีมใหญ่ได้ในระดับหนึ่ง ในทีมที่อุดมไปด้วยซูเปอร์สตาร์แบบนี้ 

อย่างไรก็ตาม กว่าที่ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ รายนี้ จะย้ายมาเล่นกับยักษ์ใหญ่อย่างเชลซี เขาต้องผ่านแบบทดสอบมามากมาย จนทำให้เขากลายมาเป็นยอดนักเตะเหมือนทุกวันนี้ ทั้งการไม่เป็นที่ยอมรับ และถูกส่งให้ทีมอื่นทำการยืมตัว …. และนี่คือชีวิตบางส่วนของเขา

ชิลเวลล์ คือเด็กจากย่านมิลตัน คีนส์ม ประเทศอังกฤษ สามารถเข้าสู่ระบบเยาวชนของเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงปี 2009 ซึ่งเวลานั้น เขามีอายุเพียงแค่ 12 ขวบ แต่ระหว่างทาง เขาต้องเจอกับแบบทดสอบมากมาย ที่คอยท้าทายความฝันในการเป็นนักฟุตบอลของเขาเอง 

แน่นอนว่า อุปสรรคครั้งสำคัญ คือการเกือบถูกปล่อยออกจากทีมเยาวชนของพลพรรค UFA369 ฝีเท้าของเขาตกอยู่ในเครื่องหมายคำถาม ทั้งเกิดจากการไม่ได้ลงสนาม รวมถึงการไม่มีโอกาส แม้แต่การอยู่บนม้านั่งสำรอง โดยเขาต้องทบทวนอย่างหนัก ถึงสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไป 

ชิลเวลล์ ย้อนความทรงจำว่า “ย้อนกลับไปปี 2012 ผมเล่นให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ รุ่นยู-16 อย่างไรก็ตาม ผมเปลี่ยนจากผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม กลายมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ย่ำแย่ที่สุด !! นอกจากมันจะเป็นเรื่องยากสำหรับผมแล้ว ทั้งหมดยังถือว่ายากต่อพ่อของผมอีกด้วย

UFA369

เขากล่าวถึงพ่อ บุคคลที่ถือว่าสำคัญ และมีส่วนผลักดันในเส้นทางลูกหนังของตัวเอง โดยบอกต่อว่า “พ่อคือคนที่คอยขับรถพาผมไปฝึกซ้อมฟุตบอล ท่านต้องคอยขับจากบ้านพักในย่านมิลตัน คีนส์ เพื่อที่จะมุ่งหน้าสู่อะคาเดมี่”

ผมจำไม่เคยลืมเลยว่า วันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี หลังจากการฝึกซ้อมสิ้นสุดลง ผู้จัดการทีมจะเป็นคนที่เดินออกมาประกาศรายชื่อนักเตะ ที่จะได้ลงสนามในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว ที่ผมไม่มีชื่อติดอยู่ในทีม

ชิลเวลล์ เล่าต่อว่า “ย้อนกลับไปเวลานั้น ชื่อของผมไม่มีแม้แต่การติดเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำไป ผมแค่คนหนึ่งคนที่ถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังเท่านั้น ในวันที่เพื่อนเดินทางไปแข่งขัน ผมกลับเป็นคนที่ต้องมายังอะคาเดมี่ เพื่อลงฝึกซ้อมกับพวกที่หลุดออกจากทีมคนที่เหลือ

“ด้วยเหตุผลนี้ ผมถึงโคตรเกลียดวันพฤหัสบดีเลย ผมเกลียดวันนี้มาก หากมองย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น ผมยังจำรถของพ่อได้ดี มันเป็นรถที่สวย แต่ผมไม่สามารถทนเห็นมันได้ในวันวันพฤหัสบดี ผมเห็นรถของพ่อที่ลานจอดรถ ผมรู้ทันทีว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไร

เมื่อถึงรถ พ่อพูดกับผมว่า –ไม่มีชื่ออยู่ในทีมอีกแล้วหรอ ? เจ้าลูกชาย ลูกยังทำงานหนักไม่พอ ลูกจะไม่มีวันไปถึงไหนเลย หากว่าลูกยังย่ำอยู่กับที่แบบนี้– ผมตอบกลับคุณพ่อว่า –พ่อครับ ผมพยายามเต็มที่แล้ว-”

“หลังจากนั้น เราจะไปสวนสาธารณะเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ทำได้เพียงเตะบอลอัดกำแพง ผมทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ พร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน กระทั่งเวลาผ่านไปครบ 2 ชั่วโมง ผมถึงกลับบ้าน พ่ออยากให้ผมวิ่ง เพื่อพัฒนาร่างกายให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ความจริงแล้ว ผมไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อเห็นอะไรในตัวผม ผมคิดว่าท่านอาจเห็นตัวเองในตัวผม และท่านไม่ต้องการให้ผมท้อ ด้วยการลดศักยภาพของตัวเอง ดังนั้น พ่อจึงเปรียบเหมือนกับฮีโร่ของผม

พ่อ และแม่ ไม่เคยยอมแพ้กับเส้นทางลูกหนังของผมเลย พวกท่านเห็นสิ่งที่เป็นไปได้ พวกท่านเห็นความฝัน และคอยผลักดัน จนผมเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ จากนั้น ผมใช้พลังเหล่านั้น ก้าวไปเป็นกัปตันทีมเลสเตอร์ ซิตี้ รุ่นยู-16 เป็นผลสำเร็จ” ชิลเวลล์ กล่าวถึงจุดพลิกผัน 

ติดตามข่าวสารได้ที่ minijs.com